วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ไพ่ทาโรต์ (อังกฤษ: Tarot) เป็นไพ่ชนิดหนึ่ง เป็นที่รู้จักตั้งแต่ พุทธศตวรรษที่ 20 แต่ลักษณะไพ่ไม่เหมือนในปัจจุบัน กระทั่งพุทธศตวรรษที่ 23 ในทวีปยุโรปนั้นไพ่ทาโรต์แพร่หลายในรูปแบบของเกมการละเล่น เช่น Italian Tarocchini และ French Tarot[1] แต่ในพื้นที่ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของภาษาอังกฤษนั้นเป็นที่รู้จักในฐานะเครื่องมือในการทำนายโชคชะตามากกว่า[1][2] ไพ่ทาโรต์แบบที่รู้จักกันแพร่หลายที่สุดคือ Rider-Waite ซึ่งวาดโดย พาเมลา โคลแมน สมิธ (Pamela Colman Smith) ตามการออกแบบของ อาเธอร์ เอ็ดเวิร์ด ไวท (Arthur Edward Waite) และเผยแพร่โดยบริษัทไรเดอร์ (Rider Company) ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2452 แต่ก็มีไพ่ทาโรต์รูปแบบอื่นๆซึ่งมีชื่อเสียงอยู่ด้วยเช่นกัน เช่น ธอธทาโรต์ (Thoth tarot) ซึ่งวาดโดย ฟรีดา แฮริส (Frieda Harris) และออกแบบโดย อเลสเตอร์ โครวลีย์ (Aleister Crowley)


ไพ่จะมีลักษณะคล้ายกับไพ่ป๊อกที่ใช้เล่นกันตามปัจจุบัน แต่แยกออกเป็น 2 ชนิด คือ สำรับใหญ่ (Major Arcana) ซึ่งประกอบด้วยไพ่ 22 ใบ และสำรับเล็ก (Minor Arcana) 56 ใบ ไพ่แต่ละใบมีสัญลักษณ์ประจำ การอ่านไพ่ขึ้นอยู่หลายปัจจัย อย่างแรก ดูจากความหมายของสัญลักษณ์ของตัวไพ่ และอีกประการหนึ่งคือ อ่านรวมกับไพ่ใบอื่นโดยดูจากตำแหน่งของไพ่ ไพ่ทาโรห์มีหลายแบบและได้รับความนิยม เนื่องจากความไม่ยุ่งยากในการอ่านไพ่ที่มีสัญลักษณ์บอกความหมายอยู่แล้ว








เนื้อหา







[แก้] ลักษณะของไพ่


ไพ่ทาโรต์ Raider-Waite ซึ่งเป็นรูปแบบที่แพร่หลายที่สุดมีไพ่ทั้งหมด78ใบ แบ่งออกเป็น ชุดใหญ่ หรือ เมเจอร์อาคาน่า 22ใบ และ ชุดย่อย หรือ ไมเนอร์อาคาน่า 56ใบ ไพ่ชุดย่อยแบ่งได้เป็น ชุดเหรียญ ชุดถ้วย ชุดไม้เท้า ชุดดาบ อย่างละ14ใบ ประกอบไปด้วย ไพ่แต้ม (1-10) 10ใบ และ ไพ่บุคคล (page,knight,queen,king) อีก4ใบ อย่างไรก็ตาม ไพ่ทาโรต์บางชุดอาจมีจำนวนและรูปแบบของไพ่ที่แตกต่างออกไป บางครั้งศิลปินจะวาดเพียงไพ่เมเจอร์อาคาร์นาเท่านั้น


ไพ่เมเจอร์อาคาร์นานั้นเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งต่างๆในชีวิตมนุษย์ ซึ่งการตีความในลักษณะนี้เรียกว่า Fool's Journey ซึ่งในสำรับRaider-Waiteนั้น มีเมเจอร์อาคาร์นาเรียงตามหมายเลขดังต่อไปนี้



  • 0 The Fool

  • I The Magician

  • II The High Priestess

  • III The Empress

  • IV The Emperor

  • V The Hierophant

  • VI The Lovers

  • VII The Chariot

  • VIII Strength

  • IX The Hermit

  • X Wheel of Fortune

  • XI Justice

  • XII The Hanged Man

  • XIII Death

  • XIV Temperance

  • XV The Devil

  • XVI The Tower

  • XVII The Star

  • XVIII The Moon

  • XIX The Sun

  • XX Judgement

  • XXI The World









ผู้ทำนายไพ่ทาโรต์ที่มีชื่อเสียงได้แก่ มารี อาน อาเดอเลด เลอนอร์มองด์ (Marie-Anne Adelaide Lenormand) เกิดในฝรั่งเศส ปี พ.ศ. 2265 เธอมีความสามารถพิเศษหลายประการในการทำนายได้อย่างแม่นยำ ความสามารถในการทำนายไพ่ของเธอ ทำให้เธอได้เป็นที่ปรึกษาของจักรพรรดินีโยเซฟิน (Josephine) เธอทำนายเหตุการณ์สำคัญๆหลายเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำ เธอร่ำรวยและเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เธอเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2386 เร็วกว่าที่เธอทำนายไว้ เธอทำนายไว้ว่าการตายของเธอเกี่ยวพันกับการมาของนกจำพวกกา แต่เธอตายด้วยโรคหัวใจวายหลังจากเห็นนกพิราบบินเข้ามาในห้อง เนื่องจากสายตาไม่ดีจึงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นนกกา



[แก้] ปัญหาที่จะพบบ่อยในมือใหม่



  • 1. จำความหมายไพ่ไม่ได้ แปลไพ่ไม่ออก - เพราะไพ่ใบหนึ่งนั้น มีหลากหลายความหมาย มือใหม่จะพบปัญหาตรงนี้

  • 2. เชื่อมโยงไพ่ไม่ถูก - การเชื่อมโยงไพ่นั้น ต้องใช้การฝึกอย่างมาก ตรงนี้ก็เป็นปัญหาสำหรับมือใหม่อีกเช่นกัน

  • 3. ถ่ายทอดคำทำนายไม่เป็น - ตรงนี้เป็นปัญหาหนักทีเดียว ถ้าจำความหมายได้ แต่ถ่ายทอดไม่เป็นก็หมดความหมาย



[แก้] อ้างอิง



  • ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา. "วิธีดูหมอไพ่ยิปซี"

  • บัวแก้ว ไชยหลวงผา. อาณาจักรเรื่องลี้ลับ




  1. ^ 1.0 1.1 Dummett, Michael (1980). The Game of Tarot. Gerald Duckworth and Company Ltd.. ISBN 0-7156-1014-7. 

  2. ^ Huson, Paul, (2004) Mystical Origins of the Tarot: From Ancient Roots to Modern Usage, Vermont: Destiny Books, ISBN 0-89281-190-0 Mystical Origins of the Tarot




[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น


วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Tarot

The tarot (first known as tarocchi, also tarock and similar names), pronounced /ˈtɑːroʊ/, is a pack of seventy-eight cards, used from the mid fifteenth century in various parts of Europe to play card games such as Italian Tarocchini and French Tarot. It has four suits corresponding to the four suits of the modern 52-card pack, though the suit symbols and the number of court cards differ. It is distinguished also by a separate 21-card trump suit and a card known in English as the Fool which may act as the top trump or may be played to avoid following suit, depending on the game.[1]

Rabelais gives tarau as the name of one of the games played by Gargantua in his Gargantua and Pantagruel[2]; this is likely the earliest attestation of the French form of the name. Tarot cards are used throughout much of Europe to play card games. In English-speaking countries, where these games are largely unknown, Tarot cards are now used primarily for divinatory purposes.[1][3] Occultists call the trump cards and the Fool "the major arcana" while the ten pip and four court cards in each suit are called minor arcana. The cards are traced by some occult writers to ancient Egypt or the Kabbalah but there is no documented evidence of such origins or of the usage of tarot for divination before the eighteenth century.[1]